เป็นความสงสัยมาตั้งแต่ไปปฏิบัติธรรมครั้งแรกในชีวิต ที่วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี

ซึ่งฉันต้องไปพักกับแม่ชีที่สำนักชีในป่าหลังวัด หลังจากที่ทำวัตรเช้า

แล้วก็จะช่วยแม่ชีทำกับข้าวพอประมาณตี 5 ก็จะเริ่มขนกับข้าวที่เตรียมเสร็จแล้วไปยังโรงครัวในวัด

ต้องเข็นรถเข็นผ่านป่าไปตามทางเดิน (ซึ่งเป็นดิน) และมืดมากๆ

เพราะทางเดินในบริเวณป่าจะไม่มีไฟฟ้า ในป่าจะมีกุฏิพระกระจายอยู่ทั่วไป

แต่สิ่งที่ฉันสงสัยในตอนนั้น คือ ทำไมต้องถอดรองเท้าไว้ที่ประตูรั้ว

ก่อนที่จะเดินผ่านป่าหน่ะสิ งงมาก และก็กลัวจะไปเหยียบอะไรเข้า

เพราะทางเดินมันมืดมากๆเลย  ในตอนนั้นเข้าใจว่าอาจจะเกิดเสียงดัง

เป็นการรบกวนพระท่านรึเปล่าแต่ฉันก็ไม่ได้ถาม

ได้แต่ทำตามที่แม่ชีบอกมือหนึ่งเข็นรถไปมือหนึ่งก็ถือไฟฉายไป

ต้องส่องไฟฉายต่ำๆด้วย (ส่องเฉพาะพื้นดิน)

บางทีเจอแถวมดตะนอยขวางทางก็ต้องพยายามหลบ

บางที่เห็นไส้เดือนนอนตายอยู่ก็หลบที(ไส้เดือนที่นี่ตัวใหญ่น่ากลัวมากมาย)

 

ภาพทางเดินในป่า

^

^

ภาพทางเดินนป่าตอนกลางวันครึ้มๆน่าเดินมาก แต่ตอนกลางคืนสิมืดตึ้ดตื๋อเลย

ตอนปิดเทอมก็เรียนซัมเมอร์ และก็อ่านหนังสือเล่มนู้นเล่มนี้ไปเรื่อย

ก็เจอหนังสือเล่มหนึ่งชื่อยถารมณ์เป็นหนังสือที่อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมท่านเรียบเรียงไว้

มีอยู่ตอนหนึ่งพูดถึงการถอดรองเท้าก่อนเข้าวัดด้วย ก็ร้อง อ๋อ!ขึ้นมา เลยทีเดียว

 

ปกหนังสือยถารมณ์

 

.....คนสมัยก่อนเมื่อจะเดินเข้าวัด เขาจะถอดรองเท้าทิ้งเอาไว้ที่ริมวัด

หรือไม่ก็ถอดแล้วถือติดมือเข้าไป ไม่ยอมที่จะสวมรองเท้าเข้าไปในบริเวณวัด

เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่ ความรู้สึกเคารพต่อสถานที่เช่นนี้

เดี๋ยวนี้ก็ยังคงพอจะพบอยู่ได้บ้างในชนบทที่ห่างไกล ทำให้คิดไปว่าความเจริญทางวัตถุ

หรืออารยธรรมต่างๆที่พวกเราเข้าไปหลงใหลได้ปลื้มกันอยู่นั้น

ส่วนใหญ่เราได้นำเอามาจากต่างชาติเกือบทั้งสิ้น อารยธรรมใหม่ๆเหล่านี้มิใช่หรือ

ที่เข้ามามีอิทธิพลสลายความงดงามเก่าๆจากจิตใจของเราไปสิ้น

เคยได้อ่านหนังสือ มณีรัตน์ ได้เห็นรูปถ่ายริมวัดที่มีรองเท้าแตะเก่าๆ3 คู่วางอยู่

แล้วก็มีรูปคนเดินกันเข้าไปในวัดและมีคำอธิบายใต้รูปว่า

 

สาธุ สาธุ ตีนผู้ข้าเศร้าเหยียบวัดทอง ตีนผู้ข้าหมองเหยียบวัดแก้ว

ผู้ข้าเหยียบแล้ว อย่าให้เป็นบาปกรรม

 

 

อ่านแล้วเห็นแล้วทำให้รู้สึกสะท้อนใจมาก คนบ้านนอกนั้นแม้อยู่ห่างจากความเจริญทางวัตถุ

แต่ทว่ากลับมีจิตใจงดงาม เขาจะเข้าวัด เขายังขมาสถานที่ยังขออภัยว่า

ถึงแม้เท้าของเขาจะเศร้าหมองไม่สะอาด แต่จำจะต้องย่างเข้าไปในบริเวณวัด

 

อันเป็นสถานที่มงคลซึ่งมีความบริสุทธิ์ดั่งทอง

 

ก็ด้วยเหตุว่าเท้าที่เศร้าหมองของเขา

จำจะต้องย่างเข้าไปผ่านวัดอันรุ่งเรืองอำไพดังแก้วเจียระไนในครั้งนี้

เขาก็ต้องขอขมาอภัยด้วยที่จำเป็นต้องเดินผ่านเข้าไป

 

ดังนั้นจึงขอให้การเดินผ่านเข้าไปในวัดของเขาครั้งนี้

จงอย่าได้มีโทษ เกิดเป็นบาปเป็นกรรมแก่ตัวเขาเลย

 

ผู้เรียบเรียงอ่านแล้วมีความรู้สึกแทงใจขึ้นมาดังนี้จริงๆ

เมื่อมีโอกาสเขียนจึงใคร่ขอระบายความรู้สึกนั้นๆไว้ให้ผู้อื่นได้ทราบด้วย

 

โดยคิดว่าคงมีอะไรดีๆ เกิดตามเรื่องที่ตนเองเขียนไว้ไม่มากก็น้อย…..

ภาพในหนังสือ มองเห็นรองเท้าไม่ค่อยขัด

พอเปิดเทอมลองไปค้นในห้องสมุดชมรม เจอหนังสือชื่อมณีรัตน์จริงๆด้วย

อยู่ในตู้พระไตรปิฎกชั้นล่างสุดเลย เป็นหนังสือประวัติและธรรม

ของหลวงปู่ครูบาจารย์เฒ่าทองรัตน์ กนฺตสีโล

ชื่อหนังสือเต็มๆคือมณีรัตน์ อัญมณีแห่งไพรสณฑ์

ลองอ่านไปได้นิดหน่อยน่าสนใจดีค่ะ เลยยืมกลับไปอ่านที่บ้าน

 

ปกหนังสือมณีรัตน์

 


edit @ 6 Jun 2008 20:18:02 by ลานทม